Honda BR-V รถยนต์7ที่นั่ง MPV / SUV 7ที่นัง จากค่าย Honda ที่เปิดตัวมาเกินคาด กับsาคา 915,000-977,000 บาท

Honda Brv รถยนต์7ที่นั่ง MPV / SUV 7ที่นัง จากค่าย Honda ที่เปิดตัวมาเกินคาด กับsาคา 915,000-977,000 บาท
ถือว่าเป็นราคาที่โดดที่สุด ถ้าเทียบกับเพื่อนๆ
แต่ที่เด่นที่สุดในเซกเมนต์ เลยคือ พลังม้าของคันนี้ มากถึง 121 แรงม้า ซึ่งมากที่สุดในตลาดรถกลุ่มนี้
แล้วก็ยัด Honda Sensing มาใส่
ตัวรถมีสองสี แต่สี่แบบ งงไหมไม่ต้อง งง
รุ่นนี้มีสีขาวกับสีดำ แบบธรรมดาในตัว E
และก็สีขาวมุกกับสีดำมุก ในตัว EL (แต่สีขาวมุกแพงกว่าตัวสีดำมุก 4000 บาท 977,000 บาท)
ตัวที่มาพูดถึงกันวันนี้ เป็นตัวท็อป
EL สีดำมุก 973,000
การรีวิวครั้งนี้ จะใส่ใต้รูปตามเคยครับ เพราะยาวพอสมควร จะได้ไม่ลายตากัน เพราะโพสจะพูดแบบละเอียดว่า มีอะไรดี มีอะไรเด่น และมีอะไรที่ทำให้ราคา ไปแตะเกือบ ล้าน!
เชิญอ่านกันได้ตามอัธยาศัยครับ
Honda Brv EL 2022
มีมิติตัวรถ 4,490 x 1,780 x 1,685
เทียบกับตัวก่อน 4,455 x 1,735 x 1,650การดีไซน์เล่นเส้นสายน้อยลงกว่า Gen1 ดีเรียบขึ้น ทำให้ดูโปร่งขึ้นและมีขนาดตัวใหญ่ขึ้น ทำให้ตัวรถดูบึกและใหญ่ขึ้นมากจากตัวก่อน การดีไซน์ก็เป็นตาม DNA ของ Honda ในปีใหม่ๆ หลัง 2020 ขึ้นมาภายนอกที่เห็นกันชัดๆเลย
>กระจังหน้าแบบ Piano Black
>ไฟหน้า/ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
>กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า (พับอัตโนมัติ)

มาที่ด้านหน้าของรถคันนี้ ดีไซน์ใหม่ แต่มันก็ยังมีความเป็นรถ BRV ส่วนตัวมองแล้วรู้สึกไม่ต่างจากGen1 มากขนาดนั้น แต่ก็ดูออกว่าเป็นตัวใหม่
(เรื่องดีไซน์นั้นแล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล)มองจากด้านหน้า ก็มีความบึกพอตัว
(ส่วนตัวว่ามันคล้ายคลึงกับ Honda Pilot ด้วยซ้ำ)
มาที่ตัวชูโรงของรุ่นนี้ก่อนเลย
นั่นคือกำลังขับเคลื่อนของคันนี้เครื่องยนต์ขนาด 1.5L
รหัส L15ZF DOHC 16V I-Vtec
พลังจากเครื่อง 121แรงม้า ที่ 6,600 RPM
แรงบิด 143 นิวตันเมตร ที่ 4,300 RPMถังน้ำมัน 42 ลิตร

ส่งกำลังไปที่ล้อโดยเกียร์ CVT 7Speed สามารถไล่รอบ แบบเกียร์อัตโนมัติแบบเฟืองได้ มีPaddle Shift

กระจังแบบใหม่ สี Piano Black มีโครมเมี่ยมคาดยาวตั้งแต่ไฟหน้าฝั่งซ้ายผ่านกระจังหน้าไปถึงไฟขวา
มีกลิ่นไอความเป็น ครอสโอเวอร์ ด้วยชิ้นพลาสติกสีดำ(แบบดิบ) ที่ชายล่างตัดกับสีเงิน ตรงช่อง รับลมด้านล่าง
ไฟหน้าเป็น LED มี Daytime Running Lights
Auto-High Beam เปิดปิดไฟหน้าแบบ อัตโนมัติเฉพาะไฟสูง
ไฟต่ำ-ไฟสูง เป็น LED ไฟหรี่ ก็คือ Daylight ที่ดร็อปความสว่างลง แต่ไฟเลี้ยวยังเป็นหลอดไส้….
แต่ตัดหมอก เป็น LED แบบ Protectors นะจ้ะ
ระบบความปลอดภัย ABS EBD VSA TRC HSA
ถุงลมนิรภัย ด้านหน้า Dual SRS และม่านถุงลมข้าง Side Curtain Airbagห้องโดยสารใหม่ เก็บเสียงได้ดีกว่าเดิม ดีกว่ารุ่นก่อน
แต่ ยังดังอยู่นะ โดยเฉพาะ เสียงเครื่องยนต์
ล้ออัลลอยออกแบบใหม่ทูโทน 17 นิ้ว
ยาง 215/55R17 ยางตัวนี้ เงียบดีเลยระบบเบรคด้านหน้า เป็นดิสเบรค
แต่….ล้อหลังเป็นดรัมเบรค ครับ
ด้วยล้อและยางใหญ่ที่ให้ซีรี่ย์นี้มา ก็ถือว่าหนาสำหรับไซส์รถนี้ แต่ที่ไม่ทำมารองรับคือ บังโคลนไม่มีมา!
คือดีไซน์เดิมของคิ้วล้อที่ทำมา ไม่พอครับ มันดีดถึงประตูหลังเลยนะ ฝนตกยังพอว่า แต่ถ้าหินดีดขึ้นมาจากล้อหน้า ก็เรียบร้อยไปตามระเบียบ
ไล่ขึ้นมากันที่กระจกมองข้างครับ มีกล้อง แต่! มีแค่ข้างซ้าย…ครับ มันเป็น ส่วนหนึ่งของครอบครัว Honda Sensing นั่นคือ Lane Watch เมื่อเปิดไฟเลี้ยวด้ายซ้าย จะไปแสดงผลที่จอกลางของรถ
หรือจะกดที่ปลายก้านไฟเลี้ยวเพื่อเปิดนั้นก็ย่อมได้
ไฟเลี้ยว เป็นแบบ LED ที่ทำภาพให้เข้ม เพื่อให้เห็นว่า ไฟเลี้ยวมัน สว่างไม่เสมอกับ เนื่องจากเป็นไฟแบบหักเหแสงที่มีจุดเริ่มต้นจากฝั่งตัวรถ แต่ใช้งานได้ เห็นได้ชัด ความดีงามของ LED
นี่คือ หัวใจสำคัญของระบบความปลอดภัยเกือบทั้งหมดของรถคันนี้ พีระมิดตรงกลางกระจกนั้นคือ ADAS กล้องที่เปรียบเสมือนบ้านของครอบครัว เทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING
ในด้านหน้า มีอะไรบ้าง
จะเรียง(เรียงครับพิมพ์ถูกแล้ว)ให้ทราบตามนี้
>ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
>ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน(LKAS)
>ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถในเลน (RDM with LDW)
>ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
>ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
แต่ไม่ถึงจุดหยุดนิ่งนะ
>ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)

กระจกของรถคันนี้รอบคันบานใหญ่ โปร่งสบายตา ประตูบานหลังของแถวที่สองเป็นปกติของรถกลุ่มนี้ ที่จะได้กระจกบานใหญ่สุด

ชายล่าง-คิ้วล้อ-กาบข้าง-ชายหลัง เป็นเนื้อพลาสติกสีดำ ตัดกับสีเงิน เป็นไปตามแบบฉบับของรถที่มีความเป็นครอสโอเวอร์ เล็กน้อย

ที่จับประตูเป็นโครเมี่ยม พร้อมระบบ Keyless ในประตูคู่หน้า และที่เพิ่มเติมมาคือระบบ Walk Away Auto Lock เมื่อเดินห่างจากรถพร้อมกับกุญเเจเมื่อดับรถแล้ว รถจอดล็อคประตูให้อัตโนมัติ

และคันนี้สามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์เปิดแอร์ได้ผ่านรีโมท โดยการกดล็อคหนึ่งครั้ง แล้วกด Hold ค้างไว้จนไฟผ่าหมากรถกระพริบ

บั้นท้ายของ Brv 2022 โปร่งมากขึ้น เส้นสายความคมของรถ น้อยสุดๆ เน้นเรียบๆ และก็เรียบจนโล้นเลย

สัญลักษณ์ Logo H ของ Honda / BR-V / I-VTEC

ชายล่างก็อย่างที่เขียนไปข้างต้นว่าเป็นเนื้อพลาสติกดำ ตัดกับสีเงิน

ที่ปัดน้ำฝนหลังพร้อมที่ฉีดล้างกระจก

เซนต์เซอร์ถอยหลัง ไม่มี … เรดาร์ ก็ไม่มี
แน่นอนพอไม่มีเรดาร์ด้านหลัง หมายความว่า ไม่มี Blind Spot มาในคันนี้

แต่ไฟท้าย ไฟเบรคดวงที่สาม เป็น LED นะ พอที่จะหยวนได้ไหม

ไฟท้ายแบบ LED ทั้งไฟหรี่และไฟเบรค แต่ไฟเลี้ยวกับไฟถอยยังเป็นหลอดไส้อยู่ แต่ทำให้ดูมีคลาสโดยการรมดำในส่วนไฟถอยกับไฟเลี้ยว ดีไซน์ไฟท้าย คล้ายๆ กับ Honda City แต่ไม่ใช่ยกมาใส่ได้เลย มีความแตกต่างของขนาดและโคม
แต่ด้านหลังก็ไม่ได้โล้นขนาดนั้น เค้ามีระบบ Keyless ที่เปิดประตูท้าย มีกล้องถอยหลัง
แต่ด้านหลังก็ไม่ได้โล้นขนาดนั้น เค้ามีระบบ Keyless ที่เปิดประตูท้าย มีกล้องถอยหลังเปิดประตูหลังแบบอัตโนมัติมือ เพื่อนๆเค้าในกลุ่มเดียวกันก็ยังไม่มี แต่ว่าแพงที่สุดขนาดนี้ให้มาหน่อยก็ได้
เสาอากาศแบบครีบฉลาม หรือ Shark Fin เป็นสีเดียวกับตัวรถ

พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น มี Paddle Shift ปรับได้2ทิศทาง

>ฝั่งด้านซ้ายควบคุมวิทยุ รับสายวางสายได้ ระบบสั่งการด้วยเสียง
>ฝั่งด้านขวาควบคุม จอ TDT ตรงมาตราวัด ควบคุมระบบ ACC ตั้งความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้า และระบบ Lane Keep

พวงมาลัยสามก้านแบบนี้ดีไซน์ทรงนี้ เฉพาะ Honda
วัสดุหนังPVCที่หุ้มมา ค่อนข้างดีกระชับมือ
ลุ้นแค่โลโก้ โครเมี่ยมจะลอกแบบรุ่นที่ผ่านมาหรือไม่

การควบคุมฝั่งซ้ายระบบปัดน้ำฝนทั้งหน้าและหลังแน่นอนครับไม่ใช่อัตโนมัติ

ฝั่งขวาเป็นระบบไฟหน้า ไฟเลี้ยว
และที่ปลายก้าน เป็นปุ่มเปิด Lane Watch

จอ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงสถานะต่างๆ
สถานะการทำงานของ ACC /Lane Keep
สถานะของ น้ำมันในถัง TripA/B อุณหภูมิด้านนอก และ Mileage

หน้าจอกลางขนาด 7 นิ้วรองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เป็นแบบเสียบสาย รองรับบลูทูธฟังวิทยุได้แต่ดีไซน์ของตัวจอนั้นอาจจะดูเก่าไปนิดนึง

ปุ่มไฟผ่าหมาก ถือว่าวางตำแหน่งได้ดีกดได้ง่ายไม่ต้องหา
ในกรณีที่เบรกฉุกเฉินไฟผ่าหมากก็ติดให้เช่นกัน

มีกรอบของจอกลางเป็นสี Piano Black

ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแต่ไม่แยกฝั่งและมี Heater

เกียร์อัตโนมัติ CVT 7Speed
มีช่องจ่ายไฟ12V USB Type A 2ช่อง
ช่องสำหรับเสียบ Apple CarPlay และช่องสำหรับชาร์ทโทรศัพท์มีช่องวางโทรศัพท์แต่ไม่มี Wireless Charger ช่องวางแก้วสองช่องไฮไลท์เด็ดของรุ่นนี้เลย คือเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Brake Holds….. ไม่มี

เบาะคู่หน้าปรับทิศทางแบบมือโยก ตัวเบาะให้วัสดุหนังPVC มาได้ดีมาก ฟองน้ำถือว่าดีเลย แต่มาตายเพราะดีไซน์ของมันนั่งไม่สบายเลยเกือบจะดีแล้วเชียว สำหรับคนตัวใหญ่อย่างผมนั่งได้ไม่สบายสุดๆ มีอาการเมื่อยหลัง ตอนขับ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ สรีระ ของแต่ละบุคคล แต่ส่วนตัวสำหรับคนตัวใหญ่นั่งไม่สบาย หมอนก็หักเกินไป รับศีรษะได้ไม่ดีเท่าไหร่ และเล็กมากที่พักแขนตรงกลางเลื่อนไม่ได้แต่ก็วางเเขนได้ มีช่องเก็บของธรรมดาไม่มีอะไร
เจตนาทำให้ภาพมืดเพื่อให้เห็นไฟด้านหน้าทั้งไฟกระจกแต่งหน้าทั้งสองข้าง และไฟกลาง
ภาพรวมของห้องโดยสารด้านหน้า ดีไซน์ถือว่าสวยในระดับหนึ่งแต่ใช้งานง่าย แต่ในเรื่องดีไซน์ก็แล้วแต่คนจะชอบ

เบาะแถวที่สองนั้นสวนทางกับเบาะคู่หน้า ถึงจะดูแบนเรียบแต่นั่งสบายกว่า วัสดุเบาะค่อนข้างดี ปรับเอนได้สองระดับ มีที่พักแขนตรงกลางแต่ไม่มีที่วางแก้วนะ ที่วางแก้วจะอยู่เฉพาะข้างประตูฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเท่านั้น

เข็มขัดนิรภัยมีให้สามที่นั่งเลยและมีที่ยึด Car Seat มาตรฐาน ISOFIX ทั้งสองฝั่ง
เข็มขัดของผู้นั่งแถวที่สองตรงกลางจะอยู่บนเพดานของรถ

สิ่งอำนวยความสะดวกของแถวที่สองคือช่องจ่ายไฟหนึ่งช่อง แย่งกันใช้เอาแล้วกันครับ
ประตูบานหลังเปิดได้กว้าง วิสัยทัศน์ค่อนข้างดี ขึ้นลงได้สะดวกพอสมควร เบาะแถวที่สองสามารถเลื่อนได้
และยกเพื่อขึ้นลงแถวที่3ได้
หลังเบาะฝั่งซ้ายมีช่องใส่สมุดหรือของเล็กๆน้อยๆ
เบาะแถวสามนี่ ไม่ต้องพูดถึงครับบีบอัดนั่งกันเลยทีเดียวเบาะดูสูงไป จนหัวจะติดหลังคา แต่ไม่ติดนะ (ผมสูง 178) แถวสามของคันนี้แย่กว่า Veloz XL7 Xpander
มีช่องจ่ายไฟเพียงฝั่งขวา มีช่องวางแก้วสามารถใส่ขวดน้ำขวดใหญ่ได้ และช่องใส่ iPad หรือโทรศัพท์
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง เมื่อไม่พับเบาะ
พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังเมื่อพับเบาะเรียบ
เบาะแถวสองสามารถสไลด์ได้ และสามารถยกลอยได้แบบที่เห็นในรูป
พูดถึงการขับขี่ของรุ่นนี้ช่วงล่างมีความตึงตัง แต่ไม่กระด้าง นั่งเต็มคันกำลังดี และมีความโยนตัวพอสมควร คนแถวที่สองนี้รู้เรื่องครับ ความสบายของช่วงล่างส่วนตัวชอบ Xpander มากกว่า ช่วงล่าง Veloz จะมีความเเข็งมากกว่าXpander แต่ถ้าสายขับแซ่บๆ น่าจะชอบBrv แต่ถ้าเอาการขับขี่ที่มองว่าลงตัวสุด สำหรับผมคือ XL7
แต่ฟีลลิ่งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ไม่ใช่แค่ว่าความเห็นของผมจะถูกต้องกับทุกคนความสมูทของเครื่องและเกียร์ คันนี้ทำได้ค่อนข้างดีออกตัวได้ไวแต่ว่าในแบบของเกียร์ CVT ที่จะหน่วงช่วงออกตัว
Paddle Shift ในโหมด S ล็อกเกียร์ได้เนียนดี เป็นรถยนต์ที่ขับสนุก แต่ไม่เป็น Manual 100%
เมื่อเร่งไปถึง 6,000 RPM ก็เปลี่ยนเกียร์ให้ เข้าใจได้เพราะเป็นระบบเพื่อรักษาเกียร์อัตราเร่ง 0-100
โหมดเกียร์ D 11.45 วินาที
โหมดเกียร์ S 10.85 วินาที
Paddle Shift 11.24 วินาที

เร่งแซง 80-120
โหมดเกียร์ D 8.79 วินาที
โหมดเกียร์ S 7.84 วินาที
โหมดเกียร์ S3 8.13 วินาที

ลองใช้ชีวิตบนรถคันนี้คนเดียว บน HighWay แบบว่าขับนิ่งๆหน่อย จำลองขับแบบคุณผู้หญิง ในระยะทาง 60 กิโลเมตร ทำอัตราสิ้นเปลือง ได้สูงสุดถึง 19.3 KM/L ย่านความเร็ว 80-100 Km/h

และลองขับแบบประหยัดน้ำมัน ในสไตล์ของตัวผมเอง มุดบ้างแซงบ้าง ทำได้ 16.4 KM/L ในย่านความเร็ว 90-120 Km/h อีก60 กิโลเมตร

และได้มีการขับรถไปเช็กอินที่ป้ายโป๊ยเซียนระยะทางขับจากกรุงเทพไปกลับ ชายหาดบางแสนเราราว 230 กิโลเมตรนั่ง 6คนเต็ม ทำอัตราสิ้นเปลืองอยู่ 14.9 Km/L ใช้ความเร็วเต็มพิกัดกฎหมาย ที่90-120 Km/h ถือว่าเป็นอัตราสิ้นเปลืองที่ไม่น่าเกลียด แน่นอนครับเบาะคู่หน้าเมื่อยทั้งคู่ สอบถามจากคนที่นั่งแถวที่สองนั่งสบายสุด ส่วนแถวสามพอนั่งได้ แต่ในบางช่วงจังหวะที่เข้าโค้งจะมีอาการโยนเห็นได้ชัด แต่ซับแรงกระแทกได้ดีไม่จุกและไม่เมารถง่าย

แอร์ถ่ายเทได้ดี สำหรับการเดินทางไกลคันนี้องค์ประกอบโดยรวมดีหมด แต่ตกม้าตายที่เบาะคู่หน้า น่าเสียดายอยู่นะ

และการใช้ชีวิตบนรถคันนี้แบบในเมืองระบบความปลอดภัยของ Honda Sensing ก็ถือว่าทำมาได้ดีโดยเฉพาะกล้องที่กระจกด้านซ้ายหรือ Lane Watch ค่อนข้างชัดทั้งกลางวันและกลางคืน

พวงมาลัยนั้นเบามาก ด้วยอานิสงส์ของพวงมาลัยไฟฟ้า คุณผู้หญิงชอบแน่นอน

ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ,ระบบป้องกันการชนด้านหน้าและเบรกอัตโนมัติทำงานไว (ระบบนี้ลองในที่ปิดนะครับ ไม่ได้ลองบนถนนสาธาราณะ

ระบบความปลอดภัยก็ค่อนข้างจะช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้พอสมควร

แต่ในเมืองนะครับกับรถราคานี้เสียดายที่ไม่มีระบบ Brake Hold มาให้ ถ้ามีระบบนี้มาให้ก็คงจะครบครันเลยทีเดียว

สรุปโดยรวมของรถคันนี้ เป็นรถที่ขับดีและขับสนุกคันนึงและขับดีกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด ความสะดวกสบายในการขึ้นลงก็ง่ายประตูแถวที่สองเปิดง่ายและกว้าง ถ้าเป็นสายขับทางไกลบ่อยๆ อาจจะชอบช่วงล่างและ feelings ของคันนี้เครื่องยนต์ที่ตอบสนองในทางไกลได้ดีกว่าเพื่อน แต่เรื่องเสียงรบกวนก็ดังพอสมควร โดยเฉพาะเสียงจากห้องเครื่องเร่งออกตัวหรือเร่งแซงดังชัดเจน แต่ถ้าเอาเสียงจากพื้นถนนและเสียงลมเบากว่ารุ่นก่อน สบายหูขึ้น
ระบบความปลอดภัยที่มีให้ทำงานได้ค่อนข้างเนียน
กล้องหลังชัด กล้องซ้ายชัด แต่ถึงจะชัดขนาดไหนคงจะไม่ใช่เหตุผลที่ไม่ให้กล้อง 360 มา เพราะราคาก็ดุกว่าเพื่อนถ้าถามถึงความคุ้มค่าในราคาเกือบ ล้าน
ตัวผมเองยังมองว่าไม่เสมอตัวกับสิ่งที่ให้มาแต่ถ้าคุณมองว่ามันเป็นรถ Honda และการขับขี่ที่ดีถ้าเป็นตัวเลือกที่มองว่ามันแลกกันได้ก็เป็นรถที่ตอบโจทย์สำหรับท่าน

เทียบกันกับเพื่อนเขาโดยรวมที่ราคาถูกกว่าเป็นแสน มีอะไรบ้างที่คันนี้ไม่มี
> กล้อง 360
> Blind Spot
> เบรกมือไฟฟ้า
> Brake Hold
> Wireless Charger
> เซนต์เซอร์ถอยหลัง
> ช่องใส่ทิชชู่
>ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ Full – LED
> พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง
> Rear Cross Traffic Alert (RCTA)

แต่คันนี้ก็มีข้อได้เปรียบ
> แรงม้าที่เยอะที่สุดในกลุ่ม
> Adaptive Cruise Control (ACC)
> Paddle Shift
> ไฟที่กระจกแต่งหน้าสองข้าง
> ที่โหน สำหรับทุกที่นั่ง
> สั่งสตาร์ทเครื่องยนต์จากรีโมท
> Walk Away Auto Lock

ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ของท่าน
Honda Brv เป็นรถที่ขับดี option พอใช้ แต่ค่าตัวสูงกระฉูด แต่รูปลักษณ์ดุดันกว่าเพื่อน

หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านและช่วยในการตัดสินใจ …ขอบคุณครับ

ADS.