Honda BR-V รถยนต์7ที่นั่ง MPV / SUV 7ที่นัง จากค่าย Honda ที่เปิดตัวมาเกินคาด กับsาคา 915,000-977,000 บาท

มีมิติตัวรถ 4,490 x 1,780 x 1,685
เทียบกับตัวก่อน 4,455 x 1,735 x 1,650การดีไซน์เล่นเส้นสายน้อยลงกว่า Gen1 ดีเรียบขึ้น ทำให้ดูโปร่งขึ้นและมีขนาดตัวใหญ่ขึ้น ทำให้ตัวรถดูบึกและใหญ่ขึ้นมากจากตัวก่อน การดีไซน์ก็เป็นตาม DNA ของ Honda ในปีใหม่ๆ หลัง 2020 ขึ้นมาภายนอกที่เห็นกันชัดๆเลย
>กระจังหน้าแบบ Piano Black
>ไฟหน้า/ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
>กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า (พับอัตโนมัติ)

(เรื่องดีไซน์นั้นแล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล)มองจากด้านหน้า ก็มีความบึกพอตัว
(ส่วนตัวว่ามันคล้ายคลึงกับ Honda Pilot ด้วยซ้ำ)

นั่นคือกำลังขับเคลื่อนของคันนี้เครื่องยนต์ขนาด 1.5L
รหัส L15ZF DOHC 16V I-Vtec
พลังจากเครื่อง 121แรงม้า ที่ 6,600 RPM
แรงบิด 143 นิวตันเมตร ที่ 4,300 RPMถังน้ำมัน 42 ลิตร
ส่งกำลังไปที่ล้อโดยเกียร์ CVT 7Speed สามารถไล่รอบ แบบเกียร์อัตโนมัติแบบเฟืองได้ มีPaddle Shift

มีกลิ่นไอความเป็น ครอสโอเวอร์ ด้วยชิ้นพลาสติกสีดำ(แบบดิบ) ที่ชายล่างตัดกับสีเงิน ตรงช่อง รับลมด้านล่าง

Auto-High Beam เปิดปิดไฟหน้าแบบ อัตโนมัติเฉพาะไฟสูง
ไฟต่ำ-ไฟสูง เป็น LED ไฟหรี่ ก็คือ Daylight ที่ดร็อปความสว่างลง แต่ไฟเลี้ยวยังเป็นหลอดไส้….


ถุงลมนิรภัย ด้านหน้า Dual SRS และม่านถุงลมข้าง Side Curtain Airbagห้องโดยสารใหม่ เก็บเสียงได้ดีกว่าเดิม ดีกว่ารุ่นก่อน
แต่ ยังดังอยู่นะ โดยเฉพาะ เสียงเครื่องยนต์

ยาง 215/55R17 ยางตัวนี้ เงียบดีเลยระบบเบรคด้านหน้า เป็นดิสเบรค
แต่….ล้อหลังเป็นดรัมเบรค ครับ
คือดีไซน์เดิมของคิ้วล้อที่ทำมา ไม่พอครับ มันดีดถึงประตูหลังเลยนะ ฝนตกยังพอว่า แต่ถ้าหินดีดขึ้นมาจากล้อหน้า ก็เรียบร้อยไปตามระเบียบ

หรือจะกดที่ปลายก้านไฟเลี้ยวเพื่อเปิดนั้นก็ย่อมได้


ในด้านหน้า มีอะไรบ้าง
จะเรียง(เรียงครับพิมพ์ถูกแล้ว)ให้ทราบตามนี้
>ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS)
>ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน(LKAS)
>ระบบเตือนและช่วยควบคุมรถในเลน (RDM with LDW)
>ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
>ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC)
แต่ไม่ถึงจุดหยุดนิ่งนะ
>ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN)

กระจกของรถคันนี้รอบคันบานใหญ่ โปร่งสบายตา ประตูบานหลังของแถวที่สองเป็นปกติของรถกลุ่มนี้ ที่จะได้กระจกบานใหญ่สุด
ชายล่าง-คิ้วล้อ-กาบข้าง-ชายหลัง เป็นเนื้อพลาสติกสีดำ ตัดกับสีเงิน เป็นไปตามแบบฉบับของรถที่มีความเป็นครอสโอเวอร์ เล็กน้อย
ที่จับประตูเป็นโครเมี่ยม พร้อมระบบ Keyless ในประตูคู่หน้า และที่เพิ่มเติมมาคือระบบ Walk Away Auto Lock เมื่อเดินห่างจากรถพร้อมกับกุญเเจเมื่อดับรถแล้ว รถจอดล็อคประตูให้อัตโนมัติ
และคันนี้สามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์เปิดแอร์ได้ผ่านรีโมท โดยการกดล็อคหนึ่งครั้ง แล้วกด Hold ค้างไว้จนไฟผ่าหมากรถกระพริบ

บั้นท้ายของ Brv 2022 โปร่งมากขึ้น เส้นสายความคมของรถ น้อยสุดๆ เน้นเรียบๆ และก็เรียบจนโล้นเลย
สัญลักษณ์ Logo H ของ Honda / BR-V / I-VTEC
ชายล่างก็อย่างที่เขียนไปข้างต้นว่าเป็นเนื้อพลาสติกดำ ตัดกับสีเงิน
ที่ปัดน้ำฝนหลังพร้อมที่ฉีดล้างกระจก
เซนต์เซอร์ถอยหลัง ไม่มี … เรดาร์ ก็ไม่มี
แน่นอนพอไม่มีเรดาร์ด้านหลัง หมายความว่า ไม่มี Blind Spot มาในคันนี้
แต่ไฟท้าย ไฟเบรคดวงที่สาม เป็น LED นะ พอที่จะหยวนได้ไหม


แต่ด้านหลังก็ไม่ได้โล้นขนาดนั้น เค้ามีระบบ Keyless ที่เปิดประตูท้าย มีกล้องถอยหลังเปิดประตูหลังแบบอัตโนมัติมือ เพื่อนๆเค้าในกลุ่มเดียวกันก็ยังไม่มี แต่ว่าแพงที่สุดขนาดนี้ให้มาหน่อยก็ได้


พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น มี Paddle Shift ปรับได้2ทิศทาง
>ฝั่งด้านซ้ายควบคุมวิทยุ รับสายวางสายได้ ระบบสั่งการด้วยเสียง
>ฝั่งด้านขวาควบคุม จอ TDT ตรงมาตราวัด ควบคุมระบบ ACC ตั้งความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้า และระบบ Lane Keep
พวงมาลัยสามก้านแบบนี้ดีไซน์ทรงนี้ เฉพาะ Honda
วัสดุหนังPVCที่หุ้มมา ค่อนข้างดีกระชับมือ
ลุ้นแค่โลโก้ โครเมี่ยมจะลอกแบบรุ่นที่ผ่านมาหรือไม่
การควบคุมฝั่งซ้ายระบบปัดน้ำฝนทั้งหน้าและหลังแน่นอนครับไม่ใช่อัตโนมัติ
ฝั่งขวาเป็นระบบไฟหน้า ไฟเลี้ยว
และที่ปลายก้าน เป็นปุ่มเปิด Lane Watch

สถานะการทำงานของ ACC /Lane Keep
สถานะของ น้ำมันในถัง TripA/B อุณหภูมิด้านนอก และ Mileage

หน้าจอกลางขนาด 7 นิ้วรองรับ Android Auto และ Apple CarPlay เป็นแบบเสียบสาย รองรับบลูทูธฟังวิทยุได้แต่ดีไซน์ของตัวจอนั้นอาจจะดูเก่าไปนิดนึง
ปุ่มไฟผ่าหมาก ถือว่าวางตำแหน่งได้ดีกดได้ง่ายไม่ต้องหา
ในกรณีที่เบรกฉุกเฉินไฟผ่าหมากก็ติดให้เช่นกัน
มีกรอบของจอกลางเป็นสี Piano Black
ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแต่ไม่แยกฝั่งและมี Heater

มีช่องจ่ายไฟ12V USB Type A 2ช่อง
ช่องสำหรับเสียบ Apple CarPlay และช่องสำหรับชาร์ทโทรศัพท์มีช่องวางโทรศัพท์แต่ไม่มี Wireless Charger ช่องวางแก้วสองช่องไฮไลท์เด็ดของรุ่นนี้เลย คือเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Brake Holds….. ไม่มี

ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ สรีระ ของแต่ละบุคคล แต่ส่วนตัวสำหรับคนตัวใหญ่นั่งไม่สบาย หมอนก็หักเกินไป รับศีรษะได้ไม่ดีเท่าไหร่ และเล็กมากที่พักแขนตรงกลางเลื่อนไม่ได้แต่ก็วางเเขนได้ มีช่องเก็บของธรรมดาไม่มีอะไร



เบาะแถวที่สองนั้นสวนทางกับเบาะคู่หน้า ถึงจะดูแบนเรียบแต่นั่งสบายกว่า วัสดุเบาะค่อนข้างดี ปรับเอนได้สองระดับ มีที่พักแขนตรงกลางแต่ไม่มีที่วางแก้วนะ ที่วางแก้วจะอยู่เฉพาะข้างประตูฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเท่านั้น
เข็มขัดนิรภัยมีให้สามที่นั่งเลยและมีที่ยึด Car Seat มาตรฐาน ISOFIX ทั้งสองฝั่ง
เข็มขัดของผู้นั่งแถวที่สองตรงกลางจะอยู่บนเพดานของรถ


และยกเพื่อขึ้นลงแถวที่3ได้


มีช่องจ่ายไฟเพียงฝั่งขวา มีช่องวางแก้วสามารถใส่ขวดน้ำขวดใหญ่ได้ และช่องใส่ iPad หรือโทรศัพท์




แต่ฟีลลิ่งนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล ไม่ใช่แค่ว่าความเห็นของผมจะถูกต้องกับทุกคนความสมูทของเครื่องและเกียร์ คันนี้ทำได้ค่อนข้างดีออกตัวได้ไวแต่ว่าในแบบของเกียร์ CVT ที่จะหน่วงช่วงออกตัว
Paddle Shift ในโหมด S ล็อกเกียร์ได้เนียนดี เป็นรถยนต์ที่ขับสนุก แต่ไม่เป็น Manual 100%
เมื่อเร่งไปถึง 6,000 RPM ก็เปลี่ยนเกียร์ให้ เข้าใจได้เพราะเป็นระบบเพื่อรักษาเกียร์อัตราเร่ง 0-100
โหมดเกียร์ D 11.45 วินาที
โหมดเกียร์ S 10.85 วินาที
Paddle Shift 11.24 วินาที
เร่งแซง 80-120
โหมดเกียร์ D 8.79 วินาที
โหมดเกียร์ S 7.84 วินาที
โหมดเกียร์ S3 8.13 วินาที
ลองใช้ชีวิตบนรถคันนี้คนเดียว บน HighWay แบบว่าขับนิ่งๆหน่อย จำลองขับแบบคุณผู้หญิง ในระยะทาง 60 กิโลเมตร ทำอัตราสิ้นเปลือง ได้สูงสุดถึง 19.3 KM/L ย่านความเร็ว 80-100 Km/h
และลองขับแบบประหยัดน้ำมัน ในสไตล์ของตัวผมเอง มุดบ้างแซงบ้าง ทำได้ 16.4 KM/L ในย่านความเร็ว 90-120 Km/h อีก60 กิโลเมตร

และได้มีการขับรถไปเช็กอินที่ป้ายโป๊ยเซียนระยะทางขับจากกรุงเทพไปกลับ ชายหาดบางแสนเราราว 230 กิโลเมตรนั่ง 6คนเต็ม ทำอัตราสิ้นเปลืองอยู่ 14.9 Km/L ใช้ความเร็วเต็มพิกัดกฎหมาย ที่90-120 Km/h ถือว่าเป็นอัตราสิ้นเปลืองที่ไม่น่าเกลียด แน่นอนครับเบาะคู่หน้าเมื่อยทั้งคู่ สอบถามจากคนที่นั่งแถวที่สองนั่งสบายสุด ส่วนแถวสามพอนั่งได้ แต่ในบางช่วงจังหวะที่เข้าโค้งจะมีอาการโยนเห็นได้ชัด แต่ซับแรงกระแทกได้ดีไม่จุกและไม่เมารถง่าย
แอร์ถ่ายเทได้ดี สำหรับการเดินทางไกลคันนี้องค์ประกอบโดยรวมดีหมด แต่ตกม้าตายที่เบาะคู่หน้า น่าเสียดายอยู่นะ

และการใช้ชีวิตบนรถคันนี้แบบในเมืองระบบความปลอดภัยของ Honda Sensing ก็ถือว่าทำมาได้ดีโดยเฉพาะกล้องที่กระจกด้านซ้ายหรือ Lane Watch ค่อนข้างชัดทั้งกลางวันและกลางคืน
พวงมาลัยนั้นเบามาก ด้วยอานิสงส์ของพวงมาลัยไฟฟ้า คุณผู้หญิงชอบแน่นอน
ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ ,ระบบป้องกันการชนด้านหน้าและเบรกอัตโนมัติทำงานไว (ระบบนี้ลองในที่ปิดนะครับ ไม่ได้ลองบนถนนสาธาราณะ
ระบบความปลอดภัยก็ค่อนข้างจะช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้พอสมควร
แต่ในเมืองนะครับกับรถราคานี้เสียดายที่ไม่มีระบบ Brake Hold มาให้ ถ้ามีระบบนี้มาให้ก็คงจะครบครันเลยทีเดียว

ระบบความปลอดภัยที่มีให้ทำงานได้ค่อนข้างเนียน
กล้องหลังชัด กล้องซ้ายชัด แต่ถึงจะชัดขนาดไหนคงจะไม่ใช่เหตุผลที่ไม่ให้กล้อง 360 มา เพราะราคาก็ดุกว่าเพื่อนถ้าถามถึงความคุ้มค่าในราคาเกือบ ล้าน
ตัวผมเองยังมองว่าไม่เสมอตัวกับสิ่งที่ให้มาแต่ถ้าคุณมองว่ามันเป็นรถ Honda และการขับขี่ที่ดีถ้าเป็นตัวเลือกที่มองว่ามันแลกกันได้ก็เป็นรถที่ตอบโจทย์สำหรับท่าน
เทียบกันกับเพื่อนเขาโดยรวมที่ราคาถูกกว่าเป็นแสน มีอะไรบ้างที่คันนี้ไม่มี
> กล้อง 360
> Blind Spot
> เบรกมือไฟฟ้า
> Brake Hold
> Wireless Charger
> เซนต์เซอร์ถอยหลัง
> ช่องใส่ทิชชู่
>ไฟหน้า-ไฟท้ายแบบ Full – LED
> พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง
> Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
แต่คันนี้ก็มีข้อได้เปรียบ
> แรงม้าที่เยอะที่สุดในกลุ่ม
> Adaptive Cruise Control (ACC)
> Paddle Shift
> ไฟที่กระจกแต่งหน้าสองข้าง
> ที่โหน สำหรับทุกที่นั่ง
> สั่งสตาร์ทเครื่องยนต์จากรีโมท
> Walk Away Auto Lock
ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ของท่าน
Honda Brv เป็นรถที่ขับดี option พอใช้ แต่ค่าตัวสูงกระฉูด แต่รูปลักษณ์ดุดันกว่าเพื่อน
หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านและช่วยในการตัดสินใจ …ขอบคุณครับ